สมาชิกเข้าสู่ระบบ :
ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
สมัครรับข่าวสาร

เส้นทางการบินต่างประเทศและเช่าเหมาลำ

สายการบินโอเรียนท์ ไทย...เรียบง่ายอย่างไทยที่ยั่งยืน
          นอกจากจะให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศตามตารางบินที่กำหนด ไว้แล้ว สายการบินโอเรียนท์ ไทย ยังเชี่ยวชาญในการให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลก




ความเป็นมา
          สายการบินโอเรียนท์ ไทย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ในประเทศไทย ได้เริ่มเปิดให้บริการทางการบินเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2537 ด้วยเครื่องบินจัมโบ้เจ็ท ‘ล็อกฮีด แอล-1011 ไตรสตาร์’ (Lockheed L1011 Tristar) จำนวน 4 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับเครื่องบินจัมโบ้เจ็ท 747



          ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ‘โอเรียนท์ ไทย’ ได้ปรับเปลี่ยนฝูงบินให้มีความทันสมัยขึ้นเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน ด้วยการนำเครื่องบินโบอิ้ง 747 รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงมาให้บริการแทน ส่งผลให้มีสมรรถนะและระยะการบินที่ดียิ่งขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ‘โอเรียนท์ ไทย’ ก็ได้ขยายฝูงบินด้วยการเพิ่มจำนวนเครื่องบินโบอิ้ง 747 ให้มากขึ้น ซึ่งในส่วนของฝูงบินภายในประเทศ ‘โอเรียนท์ ไทย’ นำเครื่องบินแมคโดนัล ดักกลาสและเครื่องบินโบอิ้ง 737 มาให้บริการเส้นทางในประเทศ ปัจจุบันเส้นทางในประเทศที่ ‘โอเรียนท์ ไทย’ ทำการบินได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ตและหาดใหญ่



สายการบินโอเรียนท์ ไทย เป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจมายาวนานมากที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาค ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ ประกอบกับฝูงบินที่ทันสมัยและลูกเรือระดับมืออาชีพ ลูกค้าผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สูงสุด.

สอบถามเกี่ยวกับบริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำได้ทางโทรศัพท์ที่หมายเลข :
โทรศัพท์ : (66) 2 229 4260
E-mail : charter@orient-thai.com

กรุงเทพ (BKK) ถึง ฮ่องกง (HKG)
ทุกวัน
OX200
17:00
20:55
ฮ่องกง (HKG) ถึง กรุงเทพ (BKK)
ทุกวัน
OX203
08:15
09:55

 

หมายเหตุ : [1: จันทร์] [2: อังคาร] [3: พุธ] [4: พฤหัสบดี] [5: ศุกร์] [6: เสาร์] [7: อาทิตย์]
ติดต่อโอเรียนท์ ไืทย

สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 1126, (66 2) 229 4260

 

สำนักงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โทรศัพท์ : (66 2) 134 2246
โทรสาร : (66 2) 134 2246

 

สำนักงานประจำฮ่องกง
โทรศัพท์ : ( 85 2) 2366 6869
โทรสาร : (85 2 ) 2366 8646

 

ระเบียบในการจำหน่ายบัตรโดยสารและสำรองที่นั่ง

การรับบัตรโดยสารที่สำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินโอเรียนท์ ไทย

  • ในการสำรองที่นั่งล่วงหน้า ต้องทำก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อยที่สุด 72 ชั่วโมง และนานที่สุดไม่เกิน 11 เดือน.
  • ต้องชำระเงินและมารับบัตรโดยสารภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากทำการสำรองที่นั่งแล้วเสร็จ.
  • สามารถรับบัตรโดยสารได้ที่สำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินโอเรียนท์ ไทย (ไม่ใช่ที่สำนักงาน ณ ท่ากาศยานสุวรรณภูมิ) โดยสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารดังกล่าวต้องอยู่ในประเทศต้นทาง.
  • ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการชำระเงินซึ่งกำหนดโดยสำนักงานของสายการบินโอเรียนท์ ไทย ในแต่ละท้องถิ่น.
  • ในกรณีสำรองที่นั่งสำหรับเด็ก ผู้โดยสารที่เป็นเด็กจะต้องมีอายุระหว่าง 2-11 ปี (อายุครบ 2 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เต็ม 12 ปีบริบูรณ์).
  • ผู้โดยสารผู้ใหญ่สามารถซื้อบัตรโดยสารสำหรับทารกเพิ่มได้ที่สำนักงานของสายการบินโอเรียนท์ ไทย เมื่อเดินทางมาซื้อหรือรับบัตรโดยสารของตนเอง.
  • ต้องนำสูติบัตรหรือหนังสือเดินทางของทารกและเด็กมาด้วย เมื่อมาติดต่อที่สำนักงานของสายการบินโอเรียนท์ ไทย
  • ผู้โดยสารจะได้รับแจ้งยืนยันการสำรองที่นั่งผ่านทางอีเมลตามที่กรอกไว้ในแบบฟอร์มข้อมูลส่วนตัว.
  • สำรองที่นั่งได้สูงสุด 2 ครั้ง (ครั้งละไม่เกิน 4 ที่นั่ง) ต่อวัน ต่อรหัสผู้ใช้บริการ (User ID)
  • สามารถสั่งอาหารพิเศษและระบุที่นั่งที่ต้องการผ่านระบบออนไลน์ได้เฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศ.
  • การกำหนดและจัดเก็บค่าโดยสารและภาษีต่างๆ จะอยู่ในสกุลเงินของประเทศต้นทาง.
  • เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้อัตราค่าโดยสารตามที่ระบบให้ข้อมูลไว้ ผู้โดยสารควรทำการสำรองที่นั่งทันที.
  • สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าโดยสารได้ที่สำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินโอเรียนท์ ไทย ซึ่งเป็นผู้ออกบัตรโดยสารให้  โดยอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย

 

กฎระเบียบเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศ

ประกาศ :
หากการเดินทางของผู้โดยสารมีจุดหมายปลายทางหลายแห่ง หรือหยุด ณ ประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศต้นทาง อนุสัญญากรุงวอร์ซออาจมีผลบังคับใช้ โดยอนุสัญญาดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับและในหลายกรณีจะจำกัดความรับผิดของสายการบินที่มีต่อการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางร่างกาย รวมถึงการสูญหายหรือความเสียหายของสัมภาระ อ่านรายละเอียดได้ที่หัวข้อ “ข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับข้อจำกัดความรับผิด” และ “ข้อกำหนดการจำกัดความรับผิดต่อสัมภาระ”.

 

เงื่อนไขของสัญญา

  1. ภายใต้สัญญานี้ “บัตรโดยสาร” หมายถึง เอกสารยืนยันรายละเอียดการเดินทางและทะเบียนสัมภาระ หรือ ใบรับเงินที่แสดงรายละเอียดการเดินทางในกรณีที่เป็น “บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์” รวมทั้งเงื่อนไขของสัญญาและประกาศที่ระบุไว้ด้วย, “การขนส่ง” มีความหมายเท่ากับ “การเดินทาง” โดย “สายการบิน” หมายถึงผู้ขนส่งทางอากาศทุกประเภทซึ่งบรรทุกหรือได้รับมอบหมายให้บรรทุกผู้โดยสารหรือสัมภาระ หรือให้บริการอื่นใดที่ผู้ขนส่งได้มอบหมายช่วงต่อไปให้ “บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง ใบรับเงินที่แสดงรายละเอียดการเดินทางซึ่งออกโดยหรือในนามสายการบิน คูปองอิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารสำหรับแสดงเพื่อขึ้นเครื่อง (ถ้ามี), “อนุสัญญากรุงวอร์ซอ” หมายถึง อนุสัญญาเพื่อการทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศทางอากาศ ซึ่งลงนาม ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2472 หรืออนุสัญญาวอร์ซอตามที่ได้แก้ไขปรับปรุง ณ กรุงเฮก เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2498 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าการขนส่งภายใต้ความตกลงที่อ้างถึงนั้นอยู่ในบังคับของอนุสัญญาฉบับใด.

  2. การขนส่งในที่นี้จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านความรับผิดซึ่งระบุไว้ในอนุสัญญากรุงวอร์ซอ ยกเว้นการขนส่งดังกล่าวมิใช่ “การขนส่งระหว่างประเทศ” ตามคำจำกัดความของอนุสัญญาฯ.

  3. ในกรณีที่ไม่ขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า การขนส่งและบริการอื่นๆ ที่ดำเนินการโดยสายการบินแต่ละรายจะต้องเป็นไปตาม
    (i) ข้อกำหนดที่ระบุไว้บนบัตรโดยสาร
    (ii) อัตราภาษีศุลกากรที่มีผลบังคับใช้
    (iii) เงื่อนไขการขนส่งของสายการบินและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องซึ่งระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ (และสามารถขอรับได้ที่สำนักงานของสายการบิน) ยกเว้นการขนส่งระหว่างสถานที่ใดสถานที่หนึ่งในสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดากับอีกสถานที่ซึ่งอยู่นอกประเทศและมีอัตราภาษีศุลกากรของตนเองบังคับใช้.

  4. ชื่อของสายการบินอาจปรากฏในรูปตัวย่อบนบัตรโดยสาร โดยชื่อเต็มและชื่อย่อจะปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากรของสายการบิน เงื่อนไขการขนส่ง กฎระเบียบต่างๆ หรือเอกสารตารางเวลา ที่อยู่ของสายการบินคือสนามบินต้นทางจะปรากฏอยู่ตรงข้ามกับอักษรย่อตัวแรกของชื่อสายการบินบนบัตรโดยสาร สถานที่ที่เครื่องบินจอดแวะจะต้องระบุไว้บนบัตรโดยสารหรือแสดงไว้ในตารางเวลาของสายการบินว่าเป็นสถานที่กำหนดจอดแวะบนเส้นทางการเดินทาง การขนส่งดังกล่าวซึ่งมีการเปลี่ยนใช้สายการบินต่อเนื่องหลายรายให้ถือเป็นการดำเนินงานครั้งเดียว.

  5. สายการบินจะออกบัตรโดยสารสำหรับการขนส่งทับซ้อนกับเส้นทางของสายการบินรายอื่นได้เฉพาะในกรณีที่เป็นตัวแทนเท่านั้น.

  6. ข้อยกเว้นและข้อจำกัดความรับผิดของสายการบินจะถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวแทน ลูกจ้าง และพนักงานของสายการบิน ตลอดจนบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องบินที่ถูกนำมาใช้โดยสายการบินเพื่อการขนส่ง และโดยตัวแทน ลูกจ้าง หรือพนักงานของสายการบิน.

  7. สัมภาระที่ลงทะเบียนแล้วจะถูกส่งมอบให้กับผู้ดูแลการลงทะเบียนสัมภาระ ในกรณีที่เกิดความเสียหายกับสัมภาระในการเดินทางระหว่างประเทศ ผู้โดยสารต้องยื่นคำร้องอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสายการบินทันทีหลังจากพบความเสียหาย หรืออย่างช้าที่สุดภายใน 7 วันนับจากวันที่บนใบเสร็จรับเงิน ในกรณีที่ได้รับสัมภาระล่าช้า ผู้โดยสารจะต้องยื่นคำร้องภายใน 21 วันนับจากวันที่ได้รับสัมภาระ อ่านอัตราภาษีศุลกากรหรือเงื่อนไขการบินเกี่ยวกับการขนส่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างประเทศ.

  8. บัตรโดยสารนี้มีอายุใช้งาน 1 ปีนับจากวันที่ออกบัตร ยกเว้นระบุไว้เป็นอย่างอื่นในบัตรโดยสาร เอกสารเกี่ยวกับอัตราภาษีของสายการบิน เงื่อนไขการเดินทาง หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ทั้งนี้ ค่าโดยสารสำหรับการเดินทางที่ระบุไว้อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนการเดินทางได้ และ สายการบินอาจปฏิเสธการเดินทางหากผู้โดยสารไม่ได้ชำระค่าโดยสารที่ต้องชำระให้แก่สายการบิน .

  9. สายการบินจะใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการเดินทางของผู้โดยสารและสัมภาระ อย่างไรก็ตาม เวลาที่ปรากฏในตารางการบินหรือที่แสดงในที่อื่นๆ นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้และไม่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ สายการบินอาจนำสายการบินอื่นหรือเครื่องบินลำอื่นมาให้บริการแทนได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และอาจเปลี่ยนหรือไม่จอด ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในบัตรโดยสารในกรณีที่จำเป็น กำหนดการใดๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และสายการบินจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ผู้โดยสารต้องต่อเครื่อง.

  10. ผู้โดยสารจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเดินทางของรัฐ โดยแสดงเอกสารการเดินทางเข้าและออก รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ที่กำหนด และมาถึงสนามบินภายในเวลาที่สายการบินกำหนด หรือ ในกรณีที่ไม่ได้มีการกำหนดเวลาไว้ ควรมาถึงก่อนเวลาพอที่จะดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนขาออกได้เรียบร้อยสมบูรณ์.

  11. ห้ามไม่ให้ตัวแทน ลูกจ้าง หรือพนักงานของสายการบิน มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง ขยายหรือสละสิทธิ์ในข้อบังคับใดๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้.

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเกี่ยวกับข้อจำกัดความรับผิด

หากการเดินทางของผู้โดยสารมีจุดหมายปลายทางหลายแห่ง หรือหยุด ณ ประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศต้นทาง บทบัญญัติในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เรียกว่า “อนุสัญญากรุงวอร์ซอ” อาจมีผลบังคับใช้ตลอดการเดินทาง โดยครอบคลุมบางส่วนของการเดินทางซึ่งอยู่ในประเทศต้นทางหรือประเทศปลายทางด้วย สำหรับผู้โดยสารซึ่งเดินทางไปยัง มาจาก หรือจอดแวะในประเทศสหรัฐอเมริกาอนุสัญญาฉบับนี้และสัญญาการบินพิเศษซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารภาษีที่ใช้บังคับระบุไว้ว่าความรับผิดของสายการบินซึ่งเป็นคู่ความในสัญญาการบินพิเศษ ที่มีต่อการเสียชีวิตหรือการได้รับบาดเจ็บทางร่างกายของผู้โดยสาร ในหลายกรณีที่ความเสียหายนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว จำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 75,000 เหรียญสหรัฐ โดยความรับผิดในวงเงินดังกล่าวต้องไม่ได้เกิดจากความประมาทของสายการบิน สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยสายการบินซึ่งไม่ได้เป็นหนึ่งในคู่ความของสัญญาการบินพิเศษ หรือไม่ได้เดินทางไปยัง มาจาก หรือจอดแวะในประเทศสหรัฐอเมริกา ความรับผิดของสายการบินสำหรับการเสียชีวิตหรือการได้รับบาดเจ็บของผู้โดยสารในหลายกรณี จำกัดอยู่ที่ประมาณ 10,000 หรือ 20,000 เหรียญสหรัฐ

ผู้โดยสารสามารถขอข้อมูลรายนามสายการบินซึ่งเป็นคู่ความในสัญญาการบินพิเศษ ได้จากสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารของสายการบินนั้นๆ และสามารถขอตรวจสอบได้.

ผู้โดยสารสามารถซื้อประกันเพิ่มเติมจากบริษัทเอกชนได้โดยประกันดังกล่าวไม่ส่งผลต่อการจำกัดความรับผิดของสายการบินภายใต้อนุสัญญากรุงวอร์ซอหรือสัญญาการบินพิเศษ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตัวแทนสายการบินหรือบริษัทประกันภัย.

หมายเหตุ :
ความรับผิดในวงเงิน 75,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งระบุไว้ข้างต้น ครอบคลุมค่าธรรมเนียมทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไว้ด้วยแล้ว ยกเว้นกรณีที่การฟ้องร้องเกิดขึ้นในประเทศที่มีบทบัญญัติระบุให้มีการจ่ายค่าธรรมเนียมทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แยกต่างหาก ในกรณีเช่นนี้ ความรับผิดจะอยู่ในวงเงิน 58,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งยังไม่รวมค่าธรรมเนียมทางกฎหมายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ.

 

ข้อกำหนดเรื่องการจำกัดความรับผิดต่อสัมภาระ

ความรับผิดต่อการสูญหาย ความล่าช้า หรือความเสียหายของสัมภาระ อยู่ในวงเงินจำกัด หากมิได้แจ้งมูลค่าที่สูงกว่าให้ทราบล่วงหน้าและชำระค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มเติม ในการเดินทางระหว่างประเทศส่วนใหญ่ (รวมถึงการเดินทางภายในประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระหว่างประเทศ) ความรับผิดอยู่ในวงเงินประมาณ 9.07 เหรียญสหรัฐ ต่อปอนด์ (20 เหรียญสหรัฐ ต่อกิโลกรัม) สำหรับสัมภาระที่ลงทะเบียน และ 400 เหรียญสหรัฐต่อคน สำหรับสัมภาระที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ในการเดินทางระหว่างจุดต่างๆ ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา กฎหมายของสหรัฐอเมริการะบุให้ความรับผิดต่อสัมภาระของสายการบินอยู่ในวงเงินที่ไม่ต่ำกว่า 1,250 เหรียญสหรัฐต่อคน ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถแจ้งให้สายการบินทราบได้หากสิ่งของบางประเภท มีมูลค่าสูงเกินกว่านั้น สายการบินบางแห่งไม่รับผิดต่อสิ่งของที่แตกหักง่าย มีมูลค่าสูงมาก หรือเน่าเสียได้ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสายการบิน .

 

ข้อกำหนดเรื่องภาษีและค่าธรรมเนียมที่รัฐบาลกำหนด

ราคาบัตรโดยสารอาจรวมค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าภาระต่างๆ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจของรัฐเรียกเก็บจากการขนส่งทางอากาศ โดยค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าภาระต่างๆ เหล่านี้ซึ่งอาจคิดเป็นสัดส่วนที่สูงในค่าเดินทางทางอากาศ อาจรวมอยู่ในค่าโดยสารหรืออาจแสดงแยกไว้ให้เห็นชัดเจนในตารางค่าภาษีบนบัตรโดยสาร นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังต้องรับผิดชอบการชำระค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าภาระอื่นใดที่ยังมิได้จัดเก็บรวมไว้ในส่วนนี้ด้วย.

 

การปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องเนื่องจากที่นั่งโดยสารเต็ม

ในประเทศที่บังคับใช้กฎระเบียบการให้ค่าชดเชยในกรณีปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องเนื่องจากที่นั่งโดยสารเต็ม สายการบินจะดำเนินการตามแผนการจ่ายค่าชดเชยสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับการยืนยันการสำรองที่นั่งแต่ถูกปฏิเสธให้ขึ้นเครื่องเนื่องจากที่นั่งโดยสารเต็ม ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถขอรับรายละเอียดของแผนดังกล่าวได้ที่สำนักงานของสายการบิน.

 

ข้อกำหนดเรื่องการจำกัดความรับผิด

อนุสัญญากรุงวอร์ซอหรืออนุสัญญากรุงมอนทรีออลอาจมีผลบังคับใช้ในการเดินทาง โดยอนุสัญญาทั้งสองมีผลใช้บังคับและจำกัดความรับผิดของสายการบินที่มีต่อการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางร่างกาย รวมถึงการสูญหายหรือความเสียหายของสัมภาระ และความล่าช้า.

 

ในกรณีที่อนุสัญญากรุงมอนทรีออลมีผลบังคับใช้ ให้การชดเชยค่าเสียหายเป็นดังต่อไปนี้ :

  • ไม่มีข้อจำกัดด้านการเงินในการการชดเชยค่าเสียหายจากการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางร่างกายของผู้โดยสาร และสายการบินอาจจ่ายเงินล่วงหน้าให้ตามความเดือดร้อนและความจำเป็นเร่งด่วนทางการเงินของบุคคลผู้มีสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชย
  • กรณีที่สัมภาระถูกทำลาย สูญหาย เสียหาย หรือล่าช้า การชดเชยค่าเสียหายจะอยู่ในวงเงิน 1,000 SDRs (สิทธิพิเศษในการถอนเงินระหว่างประเทศ) หรือประมาณ 1,230 ยูโร และหากมูลค่าของสัมภาระสูงกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ ผู้โดยสารควรแจ้งถึงมูลค่าของสัมภาระให้สายการบินทราบที่เคาน์เตอร์เช็คอินหรือควรทำประกันสัมภาระของตนก่อนเดินทาง
  • กรณีที่การเดินทางเกิดความล่าช้า การชดเชยค่าเสียหายจะอยู่ในวงเงิน 4,150 SDRs (สิทธิพิเศษในการถอนเงินระหว่างประเทศ) หรือประมาณ 5,100 ยูโร

    ตามกฎระเบียบที่ออกโดยสหภาพยุโรปเลขที่ 889/2002 ระบุให้อนุสัญญามอนทรีออลมีผลบังคับใช้ในการปฏิบัติงานของสายการบินของประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และในการปฏิบัติงานของสายการบินของประเทศอื่นๆ ที่มิได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปแต่เลือกที่จะใช้บทบัญญัติในอนุสัญญานี้ ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากสายการบิน

ในกรณีที่อนุสัญญากรุงวอร์ซอมีผลบังคับใช้ ข้อจำกัดในเรื่องการชดเชยความเสียหายมีดังนี้ :

  • 16,600 SDRs (สิทธิพิเศษในการถอนเงินระหว่างประเทศ) หรือประมาณ 20,000 ยูโร สำหรับการชดเชยค่าเสียหายจากการเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บทางร่างกายในกรณีที่พิธีสารแห่งกรุงเฮกมีผลบังคับใช้ร่วม หรือ 8,300 SDRs หรือประมาณ 10,000 ยูโร ในกรณีที่อนุสัญญาวอร์ซอมีผลบังคับใช้เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ หลายสายการบินสมัครใจที่จะยกเว้นข้อจำกัดเหล่านี้ .
  • 17 SDRs (ประมาณ 20 ยูโร) ต่อกิโลกรัม สำหรับการสูญหาย เสียหาย หรือล่าช้าของสัมภาระที่ลงทะเบียนแล้ว และ 332 SDRs (ประมาณ 400 ยูโร) สำหรับสัมภาระที่ถือติดตัวขึ้นเครื่อง.
  • สายการบินอาจต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการล่าช้าของเที่ยวบิน.

ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมว่าอนุสัญญาใดมีผลบังคับใช้ในการเดินทางได้จากสายการบิน และหากการเดินทางต้องใช้บริการของหลายสายการบิน ผู้โดยสารควรจะสอบถามรายละเอียดของแต่ละสายการบินถึงขอบเขตการชดใช้ค่าเสียหายให้ครบถ้วน.

ไม่ว่าอนุสัญญาใดจะถูกนำมาใช้กับการเดินทาง ผู้โดยสารอาจได้รับสิทธิประโยชน์สูงขึ้นจากการชดใช้ค่าเสียหายต่อการสูญหาย ความเสียหาย และความล่าช้าของสัมภาระ หากได้แจ้งถึงมูลค่าของสัมภาระและชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเป็นพิเศษแก่สายการบิน หรือหากทำประกันสัมภาระเพิ่มเติม

ข้อจำกัดเรื่องเวลาในการดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหาย: การดำเนินการในชั้นศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย จะต้องอยู่ในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่เครื่องบินถึงที่หมาย หรือจากวันที่เครื่องบินควรจะถึงที่หมาย

ประกาศตามข้อบังคับภายใต้กฎระเบียบที่ออกโดยสหภาพยุโรปเลขที่ 889/2002


สัมภาระที่ได้รับอนุญาตและข้อมูลการออกเดินทาง

ระบบพิกัดน้ำหนัก :


ทุกชั้นโดยสาร: 15 กิโลกรัม โดยมีน้ำหนักสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องไม่เกิน 15 กิโลกรัม ต่อหนึ่งใบ (สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับการเลื่อนชั้นที่นั่งไปยังที่นั่งในชั้นโดยสารที่สูงกว่าที่ระบุไว้บนบัตรโดยสาร จะยังคงได้รับสิทธิ์น้ำหนักสัมภาระเท่ากับชั้นโดยสารเดิม รวมทั้งจะได้รับบริการและอาหารแบบเดียวกับชั้นประหยัด)

สัมภาระที่นำติดตัวขึ้นเครื่อง :


นอกจากสิทธิ์สำหรับสัมภาระบรรจุใต้ท้องเครื่องแล้ว ผู้โดยสารแต่ละท่าน รวมทั้งผู้โดยสารที่เป็นทารกอายุต่ำกว่า 2 ปีซึ่งเดินทางโดยไม่ใช้ที่นั่ง มีสิทธิถือสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องได้ 1 ชิ้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งนี้ สัมภาระดังกล่าวจะต้องมีขนาดไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม. (22 นิ้ว x 14 นิ้ว x 9 นิ้ว) และวัดโดยรวมทั้งสามด้านไม่เกิน 115 ซม. (45 นิ้ว) รวมล้อลาก ที่จับ และกระเป๋าใส่ของด้านข้าง.

น้ำหนักของสัมภาระที่นำติดตัวขึ้นเครื่องรวมแล้วต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม (15 ปอนด์) โดยผู้โดยสารต้องจัดเก็บสัมภาระดังกล่าวไว้ที่ช่องเก็บสัมภาระเหนือศรีษะหรือวางไว้ใต้ที่นั่งของตนเอง.

สัมภาระติดตัวที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ได้แก่ :
  1. กระเป๋าถือและกระเป๋าสตางค์ ซึ่งมีความยาวไม่เกิน 37.5 ซม. (15 นิ้ว) กว้างไม่เกิน 25 ซม. (10 นิ้ว) และลึกไม่เกิน 12.5 ซม. (5 นิ้ว) หรือมีขนาดโดยรวมทั้งสามด้านไม่เกิน 75 ซม. (30 นิ้ว) และมีน้ำหนักรวมแล้วไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์) สัมภาระในกลุ่มนี้รวมถึงคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (โน้ตบุ๊ค) ด้วย.
  2. ไม้เท้าหรือไม้ค้ำยันสำหรับผู้โดยสารที่สูงอายุ ป่วย และทุพพลภาพ.
  3. กล้องถ่ายรูปขนาดเล็ก หรือกล้องส่องทางไกลขนาดเล็ก.
  4. อาหารสำหรับทารกระหว่างเดินทาง.

    หมายเหตุ: โปรดให้ความร่วมมือในการตรวจกระเป๋าสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องด้วยเครื่องตรวจสอบและ/หรือเครื่องชั่งน้ำหนักที่เคาน์เตอร์เช็คอินและ/หรือที่ประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate)  ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้

 

ข้อมูลการออกเดินทาง

“เวลา” ซึ่งระบุไว้ในใบรับเงินที่แสดงรายละเอียดการเดินทางเป็นเวลากำหนดเครื่องบินออกเดินทางจากท่าอากาศยาน ผู้โดยสารควรตระหนักว่าแต่ละสนามบินมีกำหนดเวลาลงทะเบียนขึ้นเครื่อง (Check-in) แตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้โดยสารควรเผื่อเวลาไว้ให้พอสำหรับขั้นตอนการตรวจเอกสารการเดินทางและลงทะเบียนขึ้นเครื่อง (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานของสายการบินโอเรียนท์ ไทย ในท้องถิ่นของท่าน).

ผู้โดยสารที่ไม่สามารถเช็คอินภายในเวลาที่กำหนด จะเสียสิทธิ์ในการขึ้นเครื่องแม้จะได้สำรองที่นั่งไว้แล้วก็ตาม  เที่ยวบินไม่สามารถรอผู้โดยสารที่มาช้ากว่ากำหนดได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

สิ่งของอันตราย

เพื่อความปลอดภัย ผู้โดยสารไม่สามารถพกพาสิ่งของอันตรายเหล่านี้ไปในสัมภาระที่บรรจุลงใต้ท้องเครื่องหรือที่นำติดตัวขึ้นเครื่องได้.
แก๊สที่ถูกอัดไว้ (ทั้งที่ถูกแช่แข็ง, ติดไฟได้, ไม่ติดไฟ และสารมีพิษ) อาทิ บิวเทน, ออกซิเจน, ไนโตรเจนเหลว และ aqualung cylinders
สารหรือวัสดุที่กัดกร่อนรุนแรง อาทิ กรด ด่าง ปรอท และแบตเตอรี่แบบเปียก
วัตถุระเบิด ยุทโธปกรณ์ พลุหรือดอกไม้ไฟ สิ่งที่ทำให้เกิดเปลวไฟ
ของเหลวและของแข็งไวไฟ
เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ไม้ขีดไฟ สี ทินเนอร์ เชื้อเพลิงสำหรับจุดไฟ
สารกัมมันตภาพรังสี
กระเป๋าเอกสารและอุปกรณ์ที่ติดตั้งสัญญาณเตือนภัย
วัตถุที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้
อาทิ สารฟอกขาว และสารประเภทเปอร์ออกไซด์
สารมีพิษและภาชนะติดเชื้อ เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช และวัสดุที่มีไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่
สิ่งของอันตรายอื่นๆ อาทิ วัสดุที่มีคุณสมบัติของแม่เหล็ก ของมีคม หรือสิ่งที่ทำให้เกิดความระคายเคืองได้ ผู้โดยสารสามารถนำยาและของใช้ส่วนตัวในปริมาณจำกัดซึ่งจำเป็นและเหมาะสมสำหรับใช้ระหว่างเดินทาง อาทิ สเปรย์จัดแต่งทรงผม น้ำหอม และยาซึ่งมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ติดตัวขึ้นเครื่องได้ นอกจากนี้ สิ่งของในรายการข้างต้นส่วนใหญ่ยังสามารถบรรจุลงใต้ท้องเครื่องในส่วนบรรทุกสินค้าได้ หากบรรจุหีบห่อตามกฎระเบียบในการบรรทุกสินค้าที่กำหนดไว้.

 

สำนักงานใหญ่

สายการบินโอเรียนท์ ไทย :
เลขที่ 18 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ : (66) 2 229 4260
โทรสาร : (66) 2 229 4278-9
Email : reservationcenter@orient-thai.com

สำนักงานประจำฮ่องกง

Orient-Thai Airlines :
11/F., Eu Yan Sang Tower

11-15 Chatham Road South

Tsim Sha Tsui

Kowloon, Hong Kong.
โทรศัพท์ : 85-2-2366 6869
โทรสาร : 85-2-2366 8646
Email : res-tktg@orient-thai.com.hk

Your Name* :
Your Email* :
Mobile* :
Other Contact :
Your Message* :

ท่าอากาศยานดอนเมือง 333 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210

เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารภายในประเทศ :
อาคารผู้โดยสาร 1 ชั้น 3  ประตูทางเข้า 5
เคาน์เตอร์เช็คอิน :
อาคารผู้โดยสาร 1 ชั้น 3 ประตูทางเข้า 6 แถวที่ 5
เวลาทำการ :
08:00-17:00 ทุกวัน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 999 หมู่ 1 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540

เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารภายในประเทศ :
อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4  ประตูทางเข้า 2-3  ห้องที่ 4
เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารระหว่างประเทศ :
อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตูทางเข้า 2-3 ห้องที่ 7
เคาน์เตอร์เช็คอิน :
อาคารผู้โดยสาร ชั้น 4 ประตูทางเข้า 2-3 แถวที่ D11-D21
เวลาทำการ :

08:00-17:00 ทุกวัน

 

 

Call center:

Bangkok & Other : 1126
07:00 - 21:00 Daily
Email : reservationcenter@orient-thai.com